แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่่งเติม เสริมบุคลิก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่่งเติม เสริมบุคลิก แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์

สวยด้วยเสื้อแขนกุด


วันอาทิตย์สบายๆอย่างนี้ เพื่อนๆแม่หมอตื่นมาแล้วเปิดตู้เสื้อผ้า  อาจอยากหยิบเสื้อใส่สบายๆมาสวมให้สมกับเป็นวันหยุดใช่มั๊ยละคะ  ....  แต่อะไรดีหละ เสื้อยืดตัวโคร่งเหรอใส่แล้วไม่สวยน๊าขอบอก เสื้อเชิร์ตเหรอ ก็จะดูยูนิฟอร์มเกินไปมั๊ยนี่  ว่าแล้วลองหยิบเสื้อแขนกุดมาลองดีกว่า เข้ากับอากาศร้อนบ้านเราเป็นอย่างดี แล้วที่สำคัญใส่แล้วดูหญิงมั๊ก แต่ข้อจำกัดของเสื้อแขนกุดก็มีอยู่ไม่น้อย ก่อนอื่นเรามาลองดูแบบเสื้อแชนกุดน่ารักๆกันซักหน่อยมั๊ยคะ ว่าจับเสื้อมามิกซ์แอนด์แมทช์กะอะไรถึงจะเข้าที




เสื้อชีฟองสีหวานใส่กับยีนส์เซอร์ๆ .....ดูหวานอมเปรี้ยวได้ใจ หนุ่มที่ไหนเห็นก็ต้องมีเหลียวหลัง หลงไหลในความน่ารักบ้างหละค่ะ







เสื้อยืดติดระบาย สีโทนสุภาพ นุ่งกับกางเกงก็ดี กระโปรงก็ได้ ดูแล้วสบายตา แนวนี้ก็เข้าทีไม่น้อยนะคะ











แขนกุดเรียบๆตัวหลวมเล็กน้อย  หาเสื้อใส่ซ้อนข้างในอีกตัว จะเป็นเกาะอก สายเดี่ยว ก็จะดูเก๋ไก๋ วัยรุ่นขึ้นมาได้ไม่ยากเลยค่ะ











ถ้าจะให้ดูสไปร์ทหน่อย ก็ต้องเลือกแขนกุดสีสดใส จับมาแมทช์กับกระโปรงหรือกางเกงขาสั้นสีขาว เท่านี้ ก็ไปไหนไป สวยแบบไม่แคร์สื่อได้เลยนะเนี่ย










ก็พอเป็นน้ำจิ้มสำหรับสาวที่ชอบเสื้อแขนกุดนะคะ  แต่ที่แม่หมอเกริ่นมาตั้งแต่ต้นว่าเสื้อประเภทนี้มีข้อจำกัด ก็น้องๆเสื้อรัดรูปเลยละค่ะ ..... นั่นก็คือ สาวที่รู้สึกตัวเองว่าต้นแขนใหญ่มักจะไม่กล้าใส่ เสื้อแขนกุดมักจะใส่แล้วดูเข้าทีสำหรับสาวแขนเล็ก   อย่ากระนั้นเลย แขนใหญ่ก็ทำเล็กได้ค่ะ ถ้าเราพยายาม  ว่าแล้วแม่หมอเลยพลิกตำราหาท่าบริหารต้นแขนให้เล็กเรียวมาฝากเพื่อนๆกัน  ลองมาทำดูกันมั๊ยคะ  อ้อ อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือดัมเบลล์ น้ำหนัก5-10ปอนด์เท่าที่กำลังตัวเองยกไหว  ถ้าไม่มีก็น้ำขวดนี่แหละค่ะ ขวดกลาง แต่อย่าเลือกที่เล็กจิ๋วเกินไปนะคะเดี๋ยวจะไม่ได้ผลค่ะ เราจะเริ่มบริหารแขนกันในท่านอนนะคะ มีทั้งหมด3ท่าค่ะ

ท่าที่1 ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นแขน

ท่านี้จะใช้ดัมเบลล์อันเดียวก่อนนะคะ  เริ่มจากนอนราบกับพื้น จะนอนลงที่ขอบเตียงก็เข้าทีนะคะ  มือขวาถือดัมเบลล์ขนาดเหมาะมือ เหยียดแขนขวาตั้งตรงตั้งฉากกับลำตัวจากนั้น ใช้มือซ้ายยืดมือขวาไว้ให้มั่นคง แล้วเหวี่ยงแขนลงไปด้านเหนือศรีษะให้ขนานกับลำตัว ทำซัก30ครั้ง จากนั้นสลับด้านจับดัมเบลล์ด้วยมือซ้ายค่ะ

ท่าที่2 ท่าผีเสื้อกางปีก

นอนราบกับพื้นเหมือนเดิมนะคะ แล้วใช้ดัมเบล์2อันจับข้างละอัน  ยกแขนทั้ง2ขึ้นตั้งฉากกับลำตัว จากนั้นแยกแขนออกดึงแขนลงมาทางด้านข้างทั้งซ้ายและขวาให้อยุุ่ในระดับขนานกับลำตัว  และดึงกลับไปในระดับตั้งฉากอีกครั้งค่ะ  ทำเซ็ทละ20ครั้ง

ท่าที่3ยกดัมเบลล์สลับฟันปลา

ท่านี้ใช้ดัมเบลล์2อันนะคะ  ท่าเริ่มจะคล้ายๆท่า2แต่เราจะหันดัมเบลล์ไม่ให้ชนกันในทางยาว แต่เราจะให้หัวดัมเบลล์ชนกันแทนค่ะ  นั่นคือพอยกดัมเบลล์ขึ้นมาจะเป็นลักษณะคว่ำมือนั่นเองค่ะ  จากนั้นก็ยกสลับฟันปลาขึ้นลง ง่ายๆแค่นี้เองค่ะ ทำเซ็ทละ 30ครั้ง


ทั้ง3ท่า ทำติดต่อกันได้เลยนะคะ เหนื่อยก็พักแล้วทำใหม่ ถ้าได้ซักวันละ3รอบ แขนจะเพรียวลงทันตาเลยละคะ ......แอบกระซิบ 3ท่านี้แม่หมอทำมาเป็น10ปีแล้วนะคะได้ผลนะขอบอก  แล้วนอกจากแขนจะกระชับเพรียวได้รูป ผลพลอยได้อีกอย่างก็คือ อกก็กระชับตามไปด้วยค่ะ คริคริ....  เค้าเรียกว่าทำ3ท่า เอ๊ยยิงปืน3นัดได้นก2ตัวเลยละค่ะ ......ถ้าเพื่อนๆขยันทำ ในที่สุดก็จะกลับมาใส่เสื้อแขนกุด โชว์ท่อนแขนได้เป็นสาวแอบเปรี้ยว ได้อย่างใจโดยไม่ยากเลยละคร้าาาา









แฟชั่นวันวิสาขะ


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ สวยใสๆสไตล์แม่หมอกลับมาแล้ว พร้อมกับนิยามแห่งความสวยเช่นเดิมนะคะ ....... ก็แหมเค้าบอกกันว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวย จริงมั๊ยคะ เราก็ต้องสวยทุกเวลา ทุกสถานที่ แต่ก็ต้องถูกกาละเทศะด้วย .......ว่าแล้วใกล้วันสำคัญทางศาสนา คือวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวัน ขึ้น15 ค่ำ เดือน6 เป็นวันที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน  และในปีนี้ค่อนข้างพิเศษ เนื่องจาก ครบรอบ 26 พุทธศตวรรษ หรือ2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้านั่นเองค่ะ..... พวกเราพุทธศาสนิกชน ก็คงจะเตรียมตัวทำบุญกัน   บ้างก็ใส่บาตร บ้างถือศีลนั่งสมาธิ บ้างก็เตรียมไปทำบุญที่วัดกัน ก็แล้วแต่ความสะดวกแหละค่ะ ...... ผู้หญิงอย่างเราๆก็อาจมีแอบคิดบ้าง เอ๊ะ จะแต่งตัวยังไงดีน๊าวันสำคัญวันนี้ ......  ว่าแล้วแม่หมอเลยมีชุดสวยมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ  และแน่นอน วันวิสาขะ ต้องthemeขาวเท่านั้นนะคะ จะเฉพาะเสื้อ หรือจะเป็นกางเกงด้วย หรือเดรสขาวทั้งชุดก็เข้าทีดีนะคะ  มาดูกันเลยคร้า




ชุดแรกนี่ขอเอาใจวัยรุ่นจี๊สนึง .... เสื้อตัวหลวมจีบรูดปล่อยชาย น่ารักสมวัย จะไปวัดก็เข้าที เที่ยวต่อก็พอไหว ใส่กับยีนส์ก็ดูน่ารัก หรือจะเป็นกางเกงขาวก็เข้าทีนะคะ  เครื่องประดับจะมีสร้อยยาวซักเส้นหรือจะไม่มีก็ได้ ผมให้ออกลุคส์ธรรมชาติ หน้าใสๆ แค่นี้ก็โอเหลือหลายแล้วละค่ะ อ้อ แฟชั่นวันนี้ งดขาสั้น1วันนะคะ










มาดูชุดที่ 2 กันเลยค่ะ ...... ชุดนี้เหมาะกับสาวสบายๆที่ชอบนุ่งกระโปรง ดูหวานแหววได้ใจ  เสื้อขาวแขนสั้น มีระบายเหมาะกับอากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตกแบบseasonนี้มากเลยละค่ะ เพิ่มความหวานด้วยต่างหูคู่เก่งก็ดูดีไม่เบานะคะ ใส่รองเท้าส้นเตี้ยสีสุภาพ นั่นไง ใช่เลยละค่ะ









มากันที่ชุดที 3.... เหมาะกับสาวทะมัดทะแมง เชิร์ตขาวกับกางเกงเดฟ จะสีขาว หรือยีนส์ หรือจะเป็นเข้มก็ยังเข้าทีนะคะ  ใช้แอคเซสเซอรี่เป็นเงิน จะช่วยให้ดูทันสมัยขึ้นไปอีก  ยิ่งพกเรย์แบนด์ไว้ในกระเป๋า เวลาแดดร้อน หยิบออกมาใส่ มาดเท่ห์ เชอร์ได้ใจวัยจ๊าบ เลยนะคะชุดนี้









ต่อที่ชุด4เลยนะคะ..... สาวสวยกับเดรสขาวในวันพระ นี่ช่างเข้าก๊านเข้ากัน แต่มีข้อแม้ ต้องไม่สั้นเกินไป เหนือเข่าได้เล็กน้อย และต้องมีแขนเท่านั้น ห้ามสายเดี่ยว เปิดหน้า เปิดหลัง เกาะอก อันนี้ห้ามเด็ดขาดค่ะ  ว่ากันถึงเรื่องเดรสนี้ ถ้าให้สวยต้องรองเท้ามีส้น แมทชิ่งมากับกระเป๋านะคะ ห้ามแตะโลโซเลยนะคะ หมดสภาพความสวยทันทีค่ะ







ชุดที่5ไปวัดแล้วเลยไปงาน ..... เรียกว่าสวยพิเศษกันเลยละค่ะ ก็ผ้าลูกไม้ช่วยให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นได้นี่คะ แต่ต้องเลือกแบบที่อย่าให้ดูเป็นคุณนายมากไป เพราะหากเผลอไปอาจดูสูงวัยได้ค่ะ อ้อ สำหรับชุดหรู แต่งหน้าบางๆซะหน่อยก็จะไปกันได้ดี แถมกระเป๋าหนีบ หรือใบเล็กสายสั้น สีขาว หรือเงิน รองเท้าสูงส้นโปร่ง สีเดียวกับกระเป๋า สวยเริ่ดคร้า







มาที่ชุดปิดท้าย ..... อันนี้ ประมาณยูนิฟอร์มเข้าวัดถูกระเบียบเป๊ะ เหมาะกับสาวเจ้าที่ตั้งใจไปนั่งสมาธิในวัดนะคะ  ไม่ควรแต่งหน้าค่ะ แล้วห้ามปล่อยผมให้กระเซิงนะคะ  มัดเป็นมวยต่ำไว้ด้านหลังเลยค่ะ กระโปรงก็อย่าให้แคบเกินไป ควรออกแนวบานและยาวเพื่อสะดวกในการนั่งขัดสมาธิ ก็จะสวยแบบอิ่มบุญ beauty from within เลยละค่ะ





เป็นอย่างไรบ้างคะ แฟชั่นวันวิสาขะของแม่หมอ ..... พอจะถูกใจเพื่อนๆกันบ้างมั๊ยค่ะ จริงๆแล้วเสื้อผ้าก็เป็นเพียงองค์ประกอบภายนอก แต่ก็ขอแอบสวยนิดนึงตามประสาแม่หมอ (คริคริ) ...... ที่สำคัญคือข้างในตัวเรามากกว่า ขอเพียงเราคิดดี ทำดี พูดดี ไม่คิดร้ายต่อใคร ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแค่นั้นก็พอ  ทุกคนมีกรรมเป็นของตนค่ะ ใครทำอะไรก็ย่อมได้อย่างนั้น  แม่หมอเชื่ออย่างนั้นนะคะ


วันศุกร์

สารพัดผมม้าที่มาแรง

สวัสดีคร้าเพื่อนๆ ...... กลับมาอีกแล้วนะคะ เรื่องสวยๆงามๆกับแม่หมอ ......ว่ากันด้วยเรื่องผมเนี่ย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงเราดูสวยหรือไม่สวยเลยนะคะ และพูดถึงเรื่องผม ถ้าชมรมสวยใสๆของแม่หมอจะไม่พูดถึงผมม้าซะเรย ในฤดูกาลนี้เลยนี่เห็นทีจะตกเทรนด์อย่าแร๊งแรงเลยละค่ะ ....อันว่าผมม้านี่เป็นของคู่กับทั้งหญิงและชาย หรือจะเป็นชิ๋ง ก็แสนจะนิยม แบบว่าทุกเพศทุกวัยเลยก็ว่าได้นะคะ .... ที่สำคัญ ผมม้ามักจะทำให้เจ้าของดูเด็กกว่าวัย แล้วก็แอ๊บแบ๊วกันแบบไม่ได้ตั้งใจกันได้ง่ายๆเลยละค่ะ ......   ว่าแล้วเรามาเมาท์ กันเรื่องผมม้ากันดีกว่ามั๊ยคะ  ว่าม้าชนิดไหนมาแร๊ง แรงกันบ้าง  ตามแม่หมอมาดูกันเลยค่ะ 




ม้ากะลาครอบ ......  ทรงนี้เป็นฮิตอยู่ในจอทีวีออนแอร์ตอนนี้เลยนะคะ   ก็เป็นม้าที่นางเอกแสนสวยแก่นเซี้ยวชอบ   อันว่าทรงนี้เคยเป็นที่ฮิตสมัยเดอะบีทเทิล เรียกว่าทรงอมตะยาวนาน50ปีเลยก็ว่าได้ค่ะ  เอาเป็นว่า ณ.บัดนาว กลายเป็นทรงเข้าสมัยประจำฤดูกาลนี้ก็แล้วกันค่ะ


ม้าเต่อ...... น่าร๊าก แอ๊บแบ๊ว เปรี๊ยวอินเทรนด์ ต้องม้าเต่อเลยค่ะ แต่ว่าไปแล้วม้าประเภทนี้เหมาะกับสาวที่มีหน้าผากแคบ ผมเส้นเล็ก และหน้ารูปไข่ ....แต่สำหรับสาวหน้ากลมหรือหน้าเหลี่ยมถ้าเต่อมากก็จะดูหน้าบาน เอาเป็นว่าถ้าอยากอินเทรนด์ ก็เต่อน้อยหน่อยแล้วกันนะคะ หรือจะแถมด้วยตัดผมด้านข้างให้อยู่ในระดับคาง เพื่อให้บังแก้มก็เข้าทีไม่น้อยค่ะ



ม้าเฉียง ....... ทรงนี้เหมาะเหม๋งกะสาวหน้ากลมหน้าหัวใจและหน้าเหลี่ยม ซึ่งทรงนี้จะไม่ทำให้หน้าสั้นด้วยนะคะ และก็ไม่จำเป็นต้องซอยผมให้บางลงแค่ซอยไล่ให้ผมเป็นแนวเฉียงลงไปหาด้านข้างก็พอค่ะ หรือจะมัดรวบปลายเผยหน้าใสๆก็เข้าทีอยู่นะคะ




ม้าบอบตรง ......... ทรงนี้ฮิตข้ามทศวรรษเลยละค่ะ เหมาะกับสาวหน้ารูปไข่ หรือถ้าหน้ายาว ถ้าทำทรงนี้ก็จะทำให้หน้าสั้นลง  ตัดตรงๆง่ายๆ หน้าม้าก็อยู่ซักแนวคิ้ว ไดร์ตรงๆ ให้ผมเงาวิ้ง ไม่ชี้ปลายแค่นี้ ก็สวยแบ๊ว ดูเด็กลงได้โดยไม่ยากเลยละค่ะ อ้อ ทรงนี้น่าจะเหมาะกับสาวตัวเล็กๆ ฉบับกระเป๋านะคะ



ม้าคุณนาย ...... หน้าม้าแบบนี้ออกแนวไฮโซ สวยล้ำสวยลึก สวยเริ่ด แถมท้ายด้วยต้องเชิด และหยิ่งนิดๆ โห ครบสูตรเลยละค่ะ และต้องแมทช์กับเสื้อผ้าแนวบูติกหน่อยนะคะ แล้วแต่งหน้าให้เฉี่ยวเล็กน้อย ม้านี้เดิร์นได้ไม่แพ้ใตรเลยละค่ะ



ม้าผมยาว..... ทรงนี้ออกแนวหญิงๆหน่อยนะคะ เป็นหน้าม้าเรียบๆสำหรับสาวผมยาวที่มีความหวานในหัวใจ และถ้าใครแก้มพองจะดึงเอาผมมาปิดแก้มหน่อยๆ ก็จะทำให้หน้าดูเรียวลงได้ไม่ยากค่ะ ส่วนปลายผมก็ดัดหรือม้วนซะหน่อย ก็จะช่วยเพิ่มความหวานได้มากมายเลยนะคะ




ม้าหยิก ..... ทรงนี้เหมาะกับสาวที่ไม่ค่อยมีเวลา  ตื่นเช้ามาก็สลัด สบัด สบัด เสยนิดหน่อย แล้วก้ไปได้เลย แต่ม้าหยิกนี้ก็ทำให้สาวเจ้าดูปราดเปรียว สดใสดีนะคะ แล้วก็เซ็ทง่ายอีกต่างหากค่ะ


ม้าวัยทีน ...... ทรงนี้เกิน18 ไปแล้วไม่ควรทำนะคะ สงวนไว้สำหรับวัยทีนตอนต้นค่ะ ม้าวัยทีนนี้ถ้าให้ดี หน้าม้าต้องยาวปิดคิ้วหน่อย แล้วที่สำคัญต้องมีมัดค่ะ มัดแกละ มัดข้าง มัดเฉียง มัดหลัง ก็แล้วแต่จะครีเอท แล้วต้องมีแอคเซสซารี่ ที่เก๋ไก๋ เช่นกิ๊บสีสดใส ที่มัดผมสารพัดสีเพิ่มเข้าไปด้วย  ให้ดูสมวัยใสของเจ้าของหน้าม้าด้วยค่ะ



ม้ารวบ ........ม้ารวบนี่เป็นม้าคลาสสิคเลยละค่ะ เพราะมีหางด้วย  ถ้ารวบแบบเรียบก็จะดูเรียบร้อยเป็นสาวอยู่ในกรอบ แต่ถ้าปล่อยให้ยุ่งนิดๆ หรือผมดัดแล้วรวบแบบไม่ตั้งใจก็จะเป็นแนวเซ็กซี่ได้เลยค่ะ



ม้าเปรี้ยว .......ทรงนี้ เหมาะกับวัยรุ่น เซอร์ๆหน่อย เน้นซอยสไลด์ ให้ดูเป็นธรรมชาติ ออกแนวยุ่งเล็กน้อย ไม่ต้องหวีมาก เสยๆ หน่อย ก็ดูน่ารัก เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วละค่ะ




ม้าเป๋ .... ทรงนี้จะใกล้เคียงกับม้าเฉียงแต่ม้าเป๋าจะแหวกและเป๋แต่น้อ ยพอให้ได้เปลี่ยนบรรยากาศจากม้าตรงธรรมดาอะค่ะ  ทรงม้าสามารถเป็นทรงรอเลี้ยงผมได้ยามจำเป็นนะคะจะประยุกต์



ม้ากระชากวัย ....... ทรงนี้มาปิดท้ายเพื่อ confirm ว่าผมทรงหน้าม้านี้สามารถทำได้ตั้งแต่ วัยแรกเกิด วัยขบเผาะ วัยรุ่น วัยทำงาน ตลอดจนเเลยสารพัดวัยไปมดแล้วอะค่ะ ไม่ต้องดูอื่นไกล เหล่าดาราก็ยังไว้หน้าม้ากันหล๊ายหลายคน แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลานสิบปีก็ตาม ซึ่งก็น่าจะการันตีได้ว่า หน้าม้าเนี่ย อมตะนิรันด์กาลวะจริงๆเลยละค่ะ  





อ้อ แล้วแม่หมอก็ยังมีเคล็ดลับความสวยของผมม้ามาฝากเพื่อนๆด้วยนะคะ ดังนี้เลยคร้า

1. ควรหมั่นเล็มผมหน้าม้าให้ได้รูปทรงและไม่ยาวเกินไป แต่ถ้าจะเล็มผมม้าตอนผมเปียกต้องเผื่อความยาวไว้หน่อยนะคะ เพราะเมื่อผมแห้งแล้วจะหดตัวทำให้ม้าสั้นเกินไป
2. สำหรับม้าปัดข้าง อาจต้องใช้แว็กซ์หรือสเปรย์เพื่อให้ผมไม่ชี้ฟู
3. ดูแลผมม้าให้พริ้วสลวยด้วยลีฟอินหรือสเปรย์บำรุงเส้นผม แต่ไม่ควรใส่จนเยอะเกินไป
4..อยากให้หน้าม้าเรียบตรง เวลาไดร์ผมหน้าม้าให้เป่าผมไปทางขวาก่อนแล้วค่อยไดร์ไปทางซ้าย
5.ผมม้าจะสวยได้หน้าผากต้องไม่มัน หรือมีสิวเต็มหน้าผาก ห้ามลืมทำความสะอาดค่ะ



วันพฤหัสบดี

กระชากวัยด้วยกางเกงขาสั้น

แต่งเติมเสริมบุคลิกในสวยใสๆสไตล์แม่หมอ วันนี้จะชวนเพื่อนๆกระชากวัย ด้วยการนุ่งกางเกงขาสั้นกันค่ะ ..... อันว่ากางเกงขาสั้นในสมัยก่อน นิยมใส่ออกกำลังกาย กับวัยรุ่นใส่อยู่บ้าน  แต่เดี๋ยวนี้ซิคะ ใส่กันเป็นเรื่องปกติ เห็นกันกลาดเกลื่อน ที่สำคัญ การใส่กางเกงขาสั้นทำให้ คนใส่ฟิลล์เปรี้ยวขึ้นมาได้แบบเฉียบพลันเลยละค่ะ และยังช่วยทำให้คนใส่ดูเด็กลงได้ด้วยนะคะ  .... ว่าแล้วสาวๆที่รู้ตัวว่าขาสวย ก็ลองมาเลือกกางเกงขาสั้นใส่กันนะคะ  ......... อ้อจี๊สนึง สาวขาใหญ่ ขาไม่สวยก็ใส่ได้นะคะ โดยเราก็ใส่ถุงน่องหรือไทด์ดำไว้ข้างในแค่นี้ก็ สวยเปรี้ยวได้ใจแล้วเหมือนกันค่ะ ......  แล้ววันนี้แม่หมอก็มี เคล็ดลับการเลือกการเกงขาสั้นสำหรับสาวรูปร่างต่างๆ เอามาฝากกันด้วยละค่ะ

รูปร่างมาตรฐาน

สาวๆ ที่มีรูปร่างอย่างนี้อย่าเพิ่งมั่นใจว่ากางเกงทรงไหนก็ใส่แล้วดูดี.....  เพราะการเลือกกางเกงขาสั้นยาวระดับเข่าที่เป็นทรงกระบอกตรงๆ จะทำให้ต้นขาดูใหญ่ขึ้นได้นะคะ ทางที่ดีควรเลือกกางเกงขาสั้น ที่ออกแนวขากางเกงสอบไปตามเรียวขาเลยดีกว่า และปลายกางเกงบานออกเล็กน้อย จะช่วยทำให้รูปร่างของดูเรียวบางและเพรียวขึ้นค่ะ

รูปร่างเล็ก

สาวรูปร่างเล็กบอบบาง อาจดูเหมือนไม่มีปัญหาในการใส่เสื้อผ้าเลยก็จริง ....... แต่ว่าในการเลือกกางเกงขาสั้นถ้าจะให้เหมาะกับรูปร่าง ควรเลือกกางเกงขนาดสั้นนิดนึงและพอดีตัวหน่อย เพราะจะทำให้ช่วงขาดูยาวขึ้น หากสวมกางเกงที่ไม่สั้นมากแถมยังติดแถบผ้าระบายรุ่ยร่าย ช่วงเรียวขาก็จะถูกกลืนหายไปในเนื้อผ้าค่ะ

ต้นขาใหญ่

เรื่องต้นขาใหญ่หรือบั้นท้ายดินระเบิดนั้นเป็นปัญหาที่ทิ่มแทงใจสาวๆ มาหลายยุคหลายสมัย.......  เวลาที่อยากจะนุ่งสั้นก็พยายามปกปิดด้วยกางเกงทรงหลวมขนาดใหญ่ ผิดถนัดเลยค่ะ  เพราะจะยิ่งทำให้ช่วยล่างดูใหญ่ลานตามากๆ ควรเลือกกางเกงเอวต่ำพอดีตัว ยาวระดับเข่า แต่อย่าให้ช่วงขาเรียว สอบจนเกินไป เท่านี้ก็จะช่วยอำพรางต้นขา และส่วนล่างที่ใหญ่ได้นะคะ

รูปร่างอ้วน

สาวๆ ที่มีรูปร่างแบบนี้บางรายอาจจะได้แค่มองกางเกงขาสั้นอย่างอาลัย ....... ประมาณว่าขาดความมั่นใจไปอย่างสิ้นเชิง  เพราะใส่กางเกงขาสั้นแล้วรู้สึกขาดความเชื่อมั่นอย่างแรง แต่จริงๆ แล้วใช่ว่าจะไม่มีกางเกงขาสั้นที่เหมาะกับสาวร่างอ้วน ควรเลือกกางเกงขนาดสั้นที่ไม่รัดตัวจนเกินไป ให้ออกหลวมนิดๆ และปลายขากางเกง รอบต้นขาบานเล็กน้อยก็ดูดีได้นะคะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าใจรัก และมั่นใจ ใส่แล้วดูดี เราก็ใส่เถอะค่ะ.......  ความสุขของคนแต่งตัว ก็อยู่ที่แต่งแล้วส่องกระจกรู้สึกว่าเราดูดี มั่นใจ แล้วอีกทีก็มีคนชม แค่นี้เองแหละค่ะ  คริคริ


วันเสาร์

เลือกdressตัวสวยให้เหมาะกับเรา


แต่งเติมเสริมบุคลิกไปกับสวยใสๆสไตล์แม่หมอ วันนี้จะพาเพื่อนๆมารู้จักกับการใส่ dressสารพัดแบบค่ะ...... ซึ่งdressนี่แหละค่ะที่จะช่วยให้เพื่อนสาวดูสวยแบบหญิ๊งหญิงได้ในฉับพลันเลยละค่ะ แต่dress นี่ก็มีมากมายหลายประเภทให้เลือกนะคะ เพื่อนๆลองมาดูกันหน่อยมั๊ยคะว่าแบบไหนจะเหมาะกับตัวเรา อ้อ ใส่dress แล้วอย่าลืมรองเท้า กระเป๋าต้องแมทช์ตามไปด้วยนะคะ ไปดูแบบของ dress กันเลยค่ะ

1. Baby Doll Dress ชุดเดรสแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแขนตุ๊กตาพองๆ หรืออาจจะเป็นแขนกุด ตัวกระโปรงพองสั้น ใส่เแล้วดูน่ารัก ไม่โป๊ค่ะ....

2. Empire Waist Dress เป็นเดรสที่มีการตัดต่อใต้อก ซึ่งจะช่วยเนันให้ผู้สวมใส่ดูมีหน้าอก และทำให้ดูช่วงตัวดูเพรียวยาว แลดูเป็นนางแบบ สวยเพรียวค่ะ


3. Backless Dress เน้นความ sexy  ด้านหน้าอาจจะ ธรรมดา แต่เน้นด้านหลังนะคะ จะ cut เปลือยเว้า โชว์แผ่นหลังสวยๆ


4. Embroidery Dress  คือเดรสที่มีการปักลวดลายต่างๆ ลงบนชุด ออกแนวหญิงเลยละค่ะ จะสไตล์ไหนก็แล้วแต่รสนิยมของผู้ใส่ละค่ะ



5. Fringed Dress เดรสที่มีกลิ่นอายและผสมความเป็นดิสโก้ยุค’60 เข้าไป ชุดจะประดับไปด้วยลูกปัดหรือพู่เส้นเล็ก เวลาเดินหรือแด๊นซ์ก็จะสะบัดสะบัดมาค่ะ



6. See Through Dress เดรสที่เน้นความบางของเนื้อผ้าในการตัดเย็บ เผื่อเผยให้เห็นผิวที่อยู่ภายใต้เนื้อผ้า ซึ่งให้อารมณ์ลึกลับและน่าค้นหา แต่ชุดนี้เมืองไทยเห็นจะใส่ยากหน่อยละค่ะ



7. Puff Sleeve Dress เดรสชนิดนี้จะมีจุดเด่นที่แขนเสื้อพองฟู ใส่แล้วจะช่วย ส่งเสริมบุคคลิกของผู้สวมใส่ ให้เด่นและเป็นสง่ามากขึ้นค่ะ



8. Shift Dress ชุดเดรสเรียบๆ ที่สามารถนำไปปรับใส่ได้ทุกงาน เพียงแค่เพิ่ม accessories ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เป็นที่นิยมของสาวทำงานนะคะ



9. Sequin Dress เดรสปักเหลื่อมวิบๆ วับๆ มีให้เห็นใน ปาร์ตี้ยามค่ำคืน ใส่ตัวเดียวอยู่ไม่ต้องพึ่ง เครื่องประดับเลยก็ได้ค่ะ


10. Ruffled Dressเดรสที่เน้นการจับระบายซ้อนกัน ไม่ว่าจะที่คอเสื้อ หรือตัวกระโปรง หรือตั้งแต่อกลงไปตลอดจนถึงชายกระโปรงค่ะ



11. Polo Dress คอปกโปโล ให้อารมณ์ความเป็นสาวนักกีฬา แลดูสุขภาพดี กระฉับกระเฉง



12. Bias Cut Dress เป็นชื่อเรียกรูปแบบของการตัดเย็บ แนวเฉียงทำให้เหลือปลายผ้าเยอะๆ จะได้มีความรู้สึกพริ้วระบายที่ชายกระโปรง



12แบบdress ที่นำมาฝากเพื่อนๆ คงมีซักแบบที่ถูกใจกันนะคะ  .... ใส่สวยแล้วยังไงก็อย่าลืมคิดถึงกันบ้างนะคะ จากแม่หมอเองคร้า 






วันพุธ

มาจัดกรอบรูปร่างให้ตัวเองหน่อยมั๊ยคะ

สวยใสๆสไตล์แม่หมอ วันนี้จะพาเพื่อนๆมาแต่งเติมเสริมบุคลิก โดยการจัดกรอบรูปร่างให้กับตัวเองค่ะ ........ แตร่น แตร๊น การจัดกรอบทำให้รูปร่างเราแลดูไม่มีส่วนเกินออกมา ก็ต้องมีอุปกรณ์ข่วยจัดหน่อยนะคะ  นั่นก็คือการใส่สเตย์นั่นเองค่ะ ....... ซึ่งสเตย์สมัยนี้ก็มีสารพัดให้เลือก ทั้งเป็นแผ่นรัดหน้าท้อง ชุดชั้นในที่ใส่รัดครึ่งบน กางเกงสเตย์รัดพุง หรือมียาวมาจนถึงรัดต้นขา หรือแบบบอดี้สูทก็มีให้เลือกมากมายเลยละค่ะ แล้วบางรุ่นยังมีออปชั่นเสริมเช่น ช่วยยกสะโพกได้ด้วยนะคะ    .... สนนราคา ก็เริ่มกันตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่นเลยละค่ะ  การใส่สเตย์มีทั้งข้อดีและข้อเสียดังนี้เลยค่ะ

เรามาดูข้อดีของสเตย์กันก่อน .... ที่เห็นชัดเจนก็คือ สเตย์มักทำมาจากผ้ายืดหรือยางยืดที่สามารถเก็บส่วนเกินที่ยื่นออกมาให้รัดกลับเข้าไป ก็จะทำให้บางส่วนของร่างกายที่โดนรัดดูแบนเรียบขึ้นทันตา หลังจากใส่หละค่ะ .... การใส่เสตย์คุณภาพดีเป็นประจำก็อาจทำให้เนื้อเรากระชับขึ้นได้  .... ความอึดอัดจากการใส่สเตย์ผลพลอยได้ก็คือ ก็อาจจะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง ..... และที่สำคัญ การใส่เสตย์จะสามารถช่วยเสริมบุคลิกเรียกความมั่นใจเราได้เหมือนกันนะคะ

แต่ข้อเสียของสเตย์นี่ซิ เพียบ ..... โดยเฉพาะการเลือกสเตย์ที่คับเกินไปไม่พอดีกับตัว อาจทำให้ไปกดลำไส้ได้ ซึ่งผลก็คือจะทำให้ระบบย่อยทำงานได้ไม่ดี คนที่ใส่สเตย์บ่อยๆ จึงมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปวดท้องได้ค่ะ ........  ผู้ที่สวมสเตย์รัดหน้าท้องนานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อหลัง ไม่แข็งแรง ปวดหลังเป็นประจำ หรือปวดหลังเรื้อรัง  ...... และอาจมีผลต่อระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น และหายใจได้ไม่เต็มที่ ...... นอกจากนั้นความรู้สึกที่ไม่สบายอึดอัดอาจทำให้เกิดความเครียด ในระยะยาวได้ค่ะ

ข้อควรระวังในการใส่กางเกงสเตย์ ...... เนื่องจากเสตย์ เป็นผ้าที่ทำจากยางยืดและตัวจะเล็ก จึงใส่ค่อนข้างยาก  การใส่อาจต้องใช้วิธีม้วนขึ้นก่อนแล้วค่อยๆดึงขึ้นใส่อะค่ะ ....นอกจากนั้นควรต้องรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะการรัดแน่น รวมกับความชื้นจากเหงื่อไคล อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและอาจติดเชื้อได้ รวมถึงการรัดที่แน่นเกินไปก็อาจทำให้เกิดรอยแดง หรือการอักเสบได้ด้วยนะคะ

แต่เพราะเราเป็นผู้หญิงนี่คะ..........  เพื่อความสวยบางครั้งเจ็บบางครั้งเสียตังค์ก็ต้องทน ว่ากันถึงเรื่องสเตย์นี่ถ้าเลือกดีๆ ไม่รัดจนเกินไป และใส่ในบางโอกาส หรือเลือกรุ่นที่มีความยืดหยุ่นมากหน่อยถ้าอยากใส่เป็นประจำก็มีประโยชน์ไม่ใช่เล่นนะคะ .... ทุกอย่างมีทั้งข้อดีข้อเสียทั้งนั้นแหละค่ะ แต่หากเราจะเลือกใช้สิ่งที่อาจมีข้อเสียมากเราก็ต้องระมัดระวังให้มากตามไปด้วยนะคะ

แม่หมอมีทางเลือกในการจัดกรอบรูปร่างอีกอย่างให้เพื่อนๆไว้เลือกด้วยค่ะ ..... นั่นก็คือการออกกำลังกาย บริหารร่างกาย การ sit up สม่ำเสมอจะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้โดยไม่ต้องเสียตังค์ไปซื้อสเตย์มาใส่เลยละค่ะ .... นอกจากนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่ไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง ก็จะทำให้ไขมันสะสมในร่างกายน้อย ไร้ส่วนเกินได้นะคะ ..... ร่างกายของเรา เราสามารถจัดกรอบได้ค่ะ ขอเพียงตั้งใจ แม่หมอเชื่ออย่างนั้นนะคะ



วันอังคาร

สีเล็บบอกอะไรได้บ้างเอ่ย

แต่งเติมเสริมบุคลิกวันนี้เราจะมาดูเรื่องของเล็บกันค่ะ  .... ว่าไปแล้วยุคนี้ การทำเล็บมีมากมายหลากสไตล์หลายสีสรรให้เลือกเลยละค่ะ ซึ่งเล็บสวยนี่ก็บอกนิสัย ความพิถีพิถันของเจ้าของได้เลยนะคะ ..... และสีเล็บที่ทาก็ยังบอกสไตล์ ของเจ้าของได้อีกต่างหากนะเนี่ย...... ว่าแต่ว่า จะทาสีอะไร หรือไม่ทาเลยก็ดีทั้งนั้นแหละนะคะ ตามแต่ใจชอบ แต่ขออย่างเดียวเล็บมือของสาวเจ้าควรจะสะอาด และตะไบให้เข้ารูป หรือใครจะแต่งเติม สร้างสรรเล็บให้ออกมาเป็นดีไซน์สุดเก๋ นั่นก็จะเพิ่มความมีเสน่ห์และน่ามองให้กับเจ้าของได้อย่างมากมายเลยละค่ะ .... งั้นเรามาดูความหมายของสีเบสิคกันก่อนเลยดีมั๊ยคะ


สีใส  เป็นเคลือบเงา บอกถึงความเป็นคนง่ายๆสบายๆ และรักความสะอาดค่ะ

สีชมพูอ่อน  เป็นสไตล์สาวร่าเริง อ่อนหวาน น่ารัก แต่อาจมีแอบเอาแต่ใจตัวอยู่บ้าง

สีดำ สาวมั่นแบบมีสไตล์เป็นของตัวเอง มีความเป็นตัวเองสูงมากๆ

สีแดง  บอกถึงความมีเสน่ห์ เซ็กซี่ มีมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นคนคบง่าย

สีนู้ด  มักเป็นสาวเรียบแต่มีสไตล์ และไม่ชอบอะไรที่หวือหวา

สีขาว บอกถึงความเป็นสาวที่แข็งนอกอ่อนใน ชอบการแข่งขันแต่ไม่ชอบความรุนแรง  

สีเขียว สาวมั่นตัวจริงเสียงจริง กล้าแสดงออกแต่ไม่ก้าวร้าว รักอิสระ

สีเมทาลิก บอกถึงความเป็นสาวที่มองโลกในแง่ดี ค่อนข้างขี้อายชอบความเปลี่ยนแปลง

สีฟ้าหรือน้ำเงิน เป็นคนที่มีหัวครีเอทีฟ เจ้าระเบียบ เรียนรู้และปรับตัวไว


สีส้ม เป็นสาวทำงาน working girl ที่มีความรับผิดชอบในงานสูง ชอบการแข่งขัน

นั่นแน่ อ่านเสร็จ ใครอยากเป็นแบบไหน ก็เลือกสีได้เลยนะคะ หรือจะทาสีละนิ้วก็น่ารัก น่าลุ้น ....... หรืออีกทีจะเปลี่ยนสีตามอารมณ์ก็ไม่เลวนะคะ  ขอแต่เล็บต้องสะอาด แล้วอย่าลืมทาครีมบำรุงที่มือ ให้นุ่มนิ่มหอมสดชื่นด้วยนะคะ  ..... ว่าแล้วเพื่อนๆคงอยากทาสีเล็บกันแล้ว แม่หมอก็เหมือนกันค่ะ จะแชว๊ปไปแอบทำสปามือก่อนทาสีเล็บใหม่ดีกว่า บ๊ายบาย แล้วเจอกันใหม่นะคะ.... จุ๊บจุ๊บ


วันอาทิตย์

หน่้าฝนนี้ แต่งตัวอย่างไรดีน๊า

สวยใสๆสไตล์แม่หมอวันนี้ มาพร้อมลมฝนที่เริ่มโปรบปรายลงมาอย่างไม่ผิดฤดู ต่างจากเมื่อ1-2เดือนก่อนที่เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน จนสับสนชีวิต สับสนฤดูกาลไปตามๆกันเลยเนอะคะ ............. ว่าแล้ว หน้าฝนทั้งที เราก็น่าจะมาอินเทรนด์แฟชั่นที่เน้นความเหมาะสมกันหน่อยก็น่าจะดีเหมือนกันนะคะ  เริ่มจาก

1.เสื้อ 

    เสื้อที่ใส่หน้าฝนไม่ควรจะบางจนเกินไป เพราะเมื่อโดนน้ำอาจทำให้แลดูโป๊ได้ค่ะ โทนสีเข้มน่าจะมาแรงกว่าสีอ่อนนะคะ  ถ้าจะให้ดีควรจะเป็นเนื้อผ้าที่แห้งเร็ว และไม่อุ้มน้ำค่ะ..... และถ้าจะให้เก๋ไก๋ ทันสมัยหน่อยก็ลองหาแจ็กเก็ตที่มีฮู๊ดมาสวมทับ เลือกเนื้อผ้าผสมไนลอนเยอะหน่อย ก็จะช่วยกันน้ำได้ด้วยนะคะ


2. กางเกง - กระโปรง
 ฤดูกาลนี้ สั้นๆซิมาแรงคร้า ออกแนวแฟชั่นหนีน้ำนั่นแหละค่ะ จะกระโปรง หรือกางเกงได้ทั้งนั้น แต่ถ้าใครไม่มั่นใจว่าขาเรียว ไร้เซลลูไลท์ แล้วละก็ เลือกที่สั้นพอประมาณน่าจะดูดีกว่านะคะ แล้วสีก็น่าจะเป็นโทนเข้มนิดนึงค่ะ


3.ร่ม
เป็นแอคเซสเซอรี่ประจำฤดูกาลนี้เลยละค่ะ  ตอนนี้ร่มพับน่ารักๆ มีออกมากมาย ลองเลือกให้สีเข้ากับบุคคลิกเราดูซักคันนึงก็ดีนะคะ  แต่ถ้าจะว่ากันถึงสีฮิต ก็ต้อง ฟ้า - ดำ -เทา ค่ะ

4.รองเท้า
หน้าฝนกับรองเท้าหนังหรือรองเท้าผ้าใบ ดูจะไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นะคะ ความชื้นอาจทำให้เท้าเรามีกลิ่นได้นะคะ และวัสดุหนังก็อาจจะขึ้นราได้ง่ายค่ะ  ถ้าเป็นรองเท้าที่เป็นกึ่งหนังมัน หนังแก้ว หรือรองเท้าแตะ ก็น่าจะเหมาะกว่านะคะ แล้วก็ถ้าอินเทรนด์จ๋าก็ต้องนี่เลยค่ะ บู้ตยางเก๋ๆ รับรองเท่ห์ระเบิด

5.ผ้าเช็ดหน้า
พกไว้ซะหน่อยน่าจะมีประโยชน์ ไว้เผื่อบังเอิญโดนละอองฝนงัยละคะ การเลือกผ้าเช็ดหน้าเน้นเรียบหรือเข้ากับเสื้อผ้าหน่อยก็ดีนะคะ เพราะ ผ้าเช็ดหน้าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถบอกสไตล์ของเจ้าของได้เลยละค่ะ

6. กระเป๋า
ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระเป๋าหนัง หลบมาใช้กระเป๋าพลาสติกมัน หนังแก้ว และสำหรับคนที่ชอบใช้กระเป๋าผ้า ต้องแน่ใจนะคะว่าของในกระเป็าจะไม่เสียหายถ้าโดนน้ำอะค่ะ

7. เครื่องประดับ
ไม่ควรสวมแอคเซสเซอรี่ที่ทำจากโลหะนะคะ  หรือวัสดุที่เมื่อโดนน้ำแล้วเสียหสยหรือทำความสะอาดยาก  ลองหันมาเลือกเป็นพลาสติกหรือคริสตัล ดูน่าจะดีกว่าค่ะ

ว่าแล้วฝนตกทั้งทีแม่หมอคงต้องขอตัวไปเตรียมชุดพร้อมแอคเซสเซอรี่สำหรับฤดูกาลนี้บ้างแล้วละค่ะ .... เพื่อนๆละคะ เตรียมตัวสวยกันพร้อมหรือยัง แต่ยังไงก็ระวังรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ แม่หมอเป็นห่วงค่ะ

มาแต่งสวยแบบประหยัดกันมั๊ยคะ

แต่งเติมเสริมบุคลิก วันนี้แม่หมอจะชวนเพื่อนๆลุกขึ้นมาเตรียมพร้อม แต่งตัวสวยรับเทศกาลสงกรานต์ เดือนแห่งปีใหม่ไทยกันคะ ..... ผู้หญิงเราก็แค่นี้แหละนะคะ อดยิ้มและมีความสุขไม่ได้ถ้ามีใครชมว่าสวย  ...... ซึ่งการจะดูสวยนั้นมาจากองค์ประกอบรูปร่างหน้าตาหนึ่่งหละ แต่อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเสื้อผ้า และแอคเซสเซอรี่  เหมือนอย่างคำโบราณที่บอกว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งงัยละค่ะ

พอพูดถึงเสื้อผ้า ร้อยทั้งร้อยต้องนึกถึงการช๊อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าใหม่ใช่มั๊ยคะ ...... ยิ่งเซล์แหลกแบรนด์ดังยิ่งต้องเข้าไปแย่งกะเค้า แหมก็แม่หมอก็เป็นเหมือนเพื่อนๆแหละค่ะ ซื้อมาแล้วกลับมาบ้านก็ชักจะเริ่มงง เอ๊ะเราจะเอากระโปรงตัวนี้มาใส่กะเสื้อตัวไหนดี  อ้าวเสื้อตัวนี้คล้ายๆกับตัวเก่าในตู้เลยนี่นา  ว๊ายเผลอซื้อเสื้อสีดำอีกแระ มีเข้าไป 5-6ตัวแล้วนะเนี่ย  อะไรประมาณนี้แหละค่ะ ..... แต่แม่หมอว่ามีวิธีอย่างนึงที่คิดว่าเข้าท่ากว่าการช๊อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าใหม่นะคะ นั่นคือการเปิดตู้เสื้อผ้าเรา และลองชุด แบบ mix n match อะค่ะ

คอนเซปต์ก็คือ ต้องลองและใส่เดินไปเดินหน้าหน้ากระจก ดูว่าเราชอบหรือเปล่า มั่นใจหรือไม่นะคะ ไม่ใช่เอามาเทียบกันเฉยๆค่ะ .... อาจใช้เวลานานหน่อยแต่คุ้มค่านะคะ เพื่อนๆก็จะพบว่า มีกางเกง หรือกระโปรง แสนสวยบางตัวที่เราลืมไปแล้วไม่เคยใส่ สามารถนำมาใส่กับเสื้อบางตัวได้แบบพอเหมาะพอเจาะจนคาดไม่ถึงเลยละค่ะ.... หรืออาจพบว่า กางเกงหลายตัวที่ล้าสมัยพับอยู่ในตู้ และปิ๊งไอเดียว่าน่าจะเอาไปแก้เปลี่ยนทรงได้ เผลอๆ ได้กางเกงใหม่ถูกใจราคาย่อมเยาว์โดยไม่คาดฝันก็ได้นะคะ

แต่ปัญหาของผู้หญิงเราส่วนใหญ่เมื่อลองชุดแล้วมักจะอยู่ที่เฮ้อ ดูอ้วน ดูมีส่วนเกิน ............... เอาเป็นว่าถ้าลองแล้วไม่ถูกใจ ก็ลองแยกออกไว้ก่อนนะคะ แล้วก็ลองเล็งหา mix n matchตัวใหม่มาลองดูอีกครั้งค่ะ ถ้าไม่มีจริงๆ และคิดว่าเรายังรักเสื้อผ้าชิ้นนั้นอยู่ไม่คิดอยากบริจาค ก็จดโน๊ตไว้นะคะ ช๊อปปิ้งรอบหน้าก็จะได้พุ่งเป้าไปหาเสือ้ผ้าที่จะมาเข้าชุดกัน เป็นงัยคะ ไอเดียนี้เข้าทีมั๊ยคะ แล้วอย่าลิมนะคะ สวยใสๆสไตล์แม่หมอ จะไม่ mix n match เฉพาะเสื้อผ้านะคะ กระเป็ารองเท้าถ้าmatchด้วยละก็ แหล่มเลยละค่ะ   ..... ว่าแล้วไหนๆก็ไหนๆ  วันนี้แม่หมอเลยมีเคล็ดลับแต่งตัวพรางส่วนเกินมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ ดังนี้เลยนะคะ

สาวสะโพกใหญ่
- ควรเลือกกางเกงสีดำทรงพอดีตัว ไม่คับหรือหลวมเกินจะเหมาะมาก
- เลือกหากระโปรงทรงเอไว้ใส่สะโพกจะดูเล็ก และพรางได้ดี แต่อยากใส่กระโปรงสอบควรเลือกที่พอดีไม่คับหรือหลวมเกิน และมีดีไซน์ที่ชายกระโปรงจะดึงจุดสนใจไปจากสะโพก
- อย่าเลือกกางเกงที่มีเข็มขัดเพราะจะทำให้สะโพกดูกว้าง
- ไม่ควรเลือกกางเกงหรือกระโปรงที่มีการตกแต่งที่เอว หรือสะโพก หรือมีสีอ่อนกว่าเสื้อ
- อย่าเลือกซื้อกางเกงหรือกระโปรงที่ใช้ผ้าหนาๆ เพราะจะทำให้สะโพกดูหนาปึ้กตามไปด้วย หรือผ้าแนบเนื้อกินไปก็ไม่ดี
- เลือกเสื้อแบบที่มีความยาวปิดช่วงสะโพกจะช่วยได้มาก

สาวไหล่ใหญ่
- เลือกใส่เสื้อที่เป็นคอวีเพื่อให้ดูไหล่แคบลง หรือ เสื้อที่มีไหล่ตามยาว เพื่อให้ดูไหล่ไม่กว้าง
-  หาอะไรกุ๊กกิ๊กมามีตกแต่งที่คอเสื้อเพิ่มเติม เช่น ผ้าพันคอหรือสร้อย นอกจากจะช่วยให้ไหล่ดูเล็กลง ยังดึงความสนใจจากไหล่ไปที่ผ้าแทนอีกด้วย
- พยายามเลือกกางเกงหรือกระโปรงสีอ่อน แล้วใส่คู่กับเสื้อสีเข้มไหล่จะดูเล็กลงได้
- อย่าใส่เสื้อผ้าที่เปิดเผยไหล่จนหมดเปลือก และไม่ใส่เสื้อแบบหลวมๆ หรือเสื้อที่มีฟองน้ำหนุนไหล่ จะยิ่งทำให้ไหล่หนาจนน่าเกลียด
- อย่าใส่ช่วงบนเป็นสีอ่อนเด็ดขาด และที่สำคัญมากคือ ไม่ควรใส่เสื้อลายขวาง

สาวขาใหญ่
- กางเกงสีดำทรงตรงตัวหลวม หรือกางเกงขาบานสีเข้มจะช่วยไม่ให้เห็นสัดส่วนของขาชัด หรือเลือกใส่ลายตามยาวสีเข้มๆ ก็ช่วยให้ดูขายาวแลเล็กลงได้
- อย่าเลือกซื้อกางเกงสีอ่อนหรือกางเกงที่คับจนเห็นขาทั้งแท่ง เช่น กางเกงยีนผ้ายืด เพราะจะทำให้เน้นช่วงขาดูใหญ่ โดยเฉพาะต้นขา
- เลือกใส่เสื้อสีอ่อน กับกางเกง หรือกระโปรงสีเข้มจะเหมาะมาก และถ้าจะให้ดีหาเสื้อแบบสายเดี่ยวเสียวหลุด หรือแขนกุดมาใส่เพื่อคนรอบข้างจะได้สนใจแต่ช่วงบนลืมช่วงล่างไปเลย
- ใส่กระโปรงยาวทรงเปิดช่วงล่างไปเลยเพื่อตัดปัญหา แต่อย่าใส่กระโปรงที่ผ่าสูงจนเกินไป

ไม่ยากเลยใช่มัยคะสำหรับการสวยแบบประหยัดด้วยเสื้อผ้าเดิมๆ ที่จับมา mix n match ใหม่ และเลี่ยงการแต่งตัวที่เน้นจุดบกพร่องของเรา .... ง่ายๆแค่นี้แหละค่ะเพื่อนๆก็สวยรับปีใหม่ไทยได้เลยละค่ะ

วันพุธ

เสริมบุคลิกตามราศีเกิด

แต่งเติมเสริมบุคลิกกับแม่หมอวันนี้ จะพาเพื่อนๆไปเสริมบุคลิกตามราศีเกิดกันค่ะ ....... แหม ก็เพื่อนๆเคยสังเกตุมั๊ยคะ ว่าสาวแต่ละราศี จะมีบุคลิกไม่เหมือนกัน คล้ายๆ เป็นลักษณะเฉพาะตัวอย่างนั้นแหละค่ะ ...... ว่าแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่านะคะ  สาวราศีไหน จะแต่งเติมกันอย่างไร

สาวราศีมังกร(21 ธ.ค.- 20 ม.ค.)


สาวราศีมังกร.. อาจดูเหมือนว่าจะหยิ่งๆ แต่จริงแล้วเป็นธรรมชาติของสาวราศีนี้เองแหละค่ะ  ลักษณะสาวมังกรนะคะ  มีใจมุ่งมั่น ใฝ่คว้าหาสิ่งที่ดีกว่าเสมอ ตั้งใจเต็มร้อย ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก นิยมความสัตย์จริงเป็นที่ตั้ง แข็งแกร่งดั่งชาย ชอบวาดหวังเส้นทางชีวิต . คล่องไปหมดทุกเรื่อง เฮฮาปาร์ตี้ มีความจำแม่นยำ ช่างเลือก ดูสง่าผ่าเผย ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณี ขี้อาย ขยัน ไม่กลัวใคร ช่างห่วงใย ยิ้มยาก คอยระแวดระวังสิ่งรอบๆตัว


สาวมังกรนี่สีที่เสริมบุคลิก ก็ต้องสีดำ ถ้าเป็นอัญมณีก็ต้อง นิลกับพลอยสีเข้ม ๆ เกือบดำ ต้นไม้คู่ชีพ ต้นสน ต้นปอ ต้นหลิว หรือว่าต้นแอช สัตว์พาโชค แพะกะลา โลหะนำโชค ตะกั่วค่ะ
สาวราศีกุมภ์(21มค-20กพ )


สาวราศีกุมภ์เป็นคนที่มีบุคลิกลักษณะ โดยรวม ๆ แล้วจัดอยู่ในขั้นเพอเฟคเชียวละค่ะ ....ลักษณะของสาวราศีกุมภ์นะคะ  โลเล เอาแน่เอานอนไม่ได้ สปอร์ทเป็นที่หนึ่ง ไม่ชอบ กฏระเบียบ มีความคิดสร้างสรรค์ มีมนุษยสัมพันธ์ชั้นเยี่ยม คุณธรรมสูง แต่ เจ้าคิด เจ้าแค้น มีโลกส่วนตัว เป็นกันเองกับทุกคน ชอบเที่ยว คล่องแคล่ว ว่องไว เอาแต่ใจ โรแมนติก. อารมณ์ร้ายแอนด์ร้อน มีปัญญาเป็นเลิศ พอๆกับความอดทน ขี้อายในบางเวลา ชอบการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ


สาวราศีกุมภ์ ต้องฉโลกกับสีม่วงคราม อัญมณี ก็ควรจะเป็นโกเมน ต้นไม้ก็ต้องแบบไทยๆ อย่างต้นมะกอก สัตว์นำโชค นกยูง กับอินทรี ส่วนโลหะนำโชค เป็นตะกั่วค่ะ


สาวราศีมีน( 21 ก.พ. – 20 มี.ค.)


สาวมีนเป็นคนที่มีพลังแห่งความคิดมีอุดมคติประจำใจ ลักษะทั่วไปของเธอ ลึกลับ น่าค้นหา สุดแสนจะโรแมนติก บางครั้งอารมณ์แปรปรวน เสียสละเป็นยอด จิดใจงดงาม อ่อนไหวง่าย เจ้าคิดเจ้าแค้น โกรธง่ายหายเร็ว ไว้ใจได้ เอาตัวรอดเก่ง อารมณ์ศิลปิน1 เพ้อฝัน ช่างจินตนาการ มีอารมณ์ขัน เฮฮา ร่าเริง ไม่ค่อยเรียบร้อย บางครั้งคิดมาก คารมคมกริบ



 สาวราศีมีน สามารถเสริมบุคลิกได้ด้วย สีแดงเลือดนก หรืออัญมณี พลอยสีแดงเข้ม ถ้าจะเป็นต้นไม้ก็ต้อง ดอกบัว ซึ่งเข้ากันกับสัตว์เลี้ยงประเภทปลา ส่วนโลหะนำโชคเป็นดีบุกค่ะ


สาวราศีเมษ (21 มี.ค. – 20 เม.ย.)

สาวที่เกิดราศีนี้มักจะมีรูปร่างที่สง่างาม เป็นสาวที่แข็งแกร่ง ทรงเสน่ห์และทรงพลังเลยละค่ะ ….. เธอจะเป็นคนที่มีลางสังหรณ์ทีแม่นยำ ชอบเรื่องท้าทาย มีบุคลิกน่าเกรงขาม มองโลกในแง่ดี แต่บางครั้งก็ดื้ออยู่เหมือนกัน มีความอดทนมีน้อย แต่มีความรับผิดชอบสูง ทำอะไรมักสำเร็จ ห้าวหาญ โกรธง่าย แต่ส่วนใหญ่จะ อารมณ์ดี บางครั้งดูหยิ่ง บางครั้งดู เพ้อฝัน ความสามารถเพียบ แต่ออกแนวขวานผ่าซาก และมีความ ทะนงตน ซนบ้างบางครั้ง เอาแต่ใจ มักจะโชคดีเสมอ ๆ



สาวราศีเมษไปได้ดีกับสีแสดเลยละค่ะ อัญมณีก็ต้อง โกเมน กับพลอยสีส้ม ต้นไม้คู่ชีพ ไทเกอร์ลัลลสีส้มอมแดงมีจุดสีดำ สัตว์ที่ค้ำคูนเราเป็นแกะค่ะ ส่วนโลหะนำโชคเป็น เหล็กนะคะ


สาวราศีพฤษภ (21 เม.ย. – 20 พ.ค.)

สาวราศีพฤษภ ชอบสันโดษ อยู่เงียบ ๆบางครั้งอาจดูโดดเดี่ยวและเดียวดาย ...... เธอเป็นคนค่อนข้างแข็งแรง บึกบึน ทรหด อดทนจัดอยู่ในประเภท สาวเหล็กแต่ก็แสนโรแมนติก มีอารมณ์ศิลปิน รู้จักละอาย และบางครั้ง หลายใจ (ถ้าตรงๆเค้าเรียกเจ้าชู้ค่ะ) เชื่อในความคิดของตัวเอง ติดเพื่อน เอาแต่ใจตัวเอง เป็นคุณนายระเบียบ ขี้หึง รักสงบ และออกแนวโบ(ราณ)ช่างเก็บความรู้สึก ไว้ใจได้ทุกเรื่อง ใจดีจัง มีเมตตา ดื้อตาใส ใจคอกว้างขวาง ชอบถล่ม รักธรรมชาติ ขี้อาย แต่สุดท้ายเธอก็เป็นคนดีของสังคมนะเนี่ย



สาวราศีพฤษ..... สีเวิร์คสุด ๆ สีเขียวอ่อน ๆ ดูสดใส อัญมณี คงหนีไม่พ้นพลอยสีเขียวนไม้คู่ชีพ ต้นแมลโลว์ที่มีดอกสีม่วงน่ะ  สัตว์พาโชค ก็ต้องวัว โลหะนำโชค ทองแดงจ๊ะ


สาวราศีเมถุน (21 พ.ค. – 20 มิ.ย)

เป็นสาวที่ความรู้สึกแร๊งแรง อารมณ์ปรวนแปร รวดเร็วและว่องไว.............. ลักษณะสาวราศีเมถุน ปากหวานเสน่ห์แรง ช่างสังเกตุ มองโลกในแง่ดี มีหลายบุคลิกลางสังหรณ์แม่นยำ คล่องแคล่ว ว่องไว เอาแต่ใจ คุยเก่ง ฉลาด บางครั้งขี้หงุดหงิด ชอบฝันไม่ชอบแก่ ใช้ตังค์เก่งมาก รักอิสระ หาความแน่นอนยาก ภาพรวมเป็นแม่พระค่ะ



สาวราศีเมถุน....... สีต้องฉโลก สีม่วงยังไงล่ะ อัญมณี ก็ต้อง ..โกเมน ต้นไม้คู่ชีพ กล้วยไม้ และต้นไม้พันธุ์ผสมจ๊ะ สัตว์พาโชค นกสาริกา หรือนกขุนทอง โลหะนำโชค ปรอทแน่อยู่แล้ว


สาวราศีกรกฎ(21 มิ.ย. – 20 ก.ค.)


สาวกรกฏเป็นสาวช่างฝันอารมณ์อ่อนไหว เสน่ห์สุดบรรยาย.....ลักษณะของเธอ เผลอไม่ได้เป็นจินตนาการอยู่เรื่อย เป็นแม่ศรีเรือนที่แสนโรแมนติก ชอบ โทษตัวเอง จนน่าโมโห อ่อนไหว แต่ไม่อ่อนแอ ไม่ชอบการนินทาว่าร้าย ปากกับใจบางครั้งไม่ตรงกัน อดทนแอนด์เสียสละเป็นเลิศ คุยโวบ้างบางโอกาส มีทิฐิ ชอบคิดแหวกแนว เข้าใจยาก หงุดหงิดง่าย มีsense รอบคอบ ขี้กลัว ช่าวอ้อน ลึกลับในบางครั้ง


สาวราศีกรกฏ.....สีเวิร์คสุด ๆ สีขาวที่สะอาดบริสุทธิ์ กับฟ้าที่สดใส....อัญมณีก็ต้องเป็น เพชร มุกดา มุก และพลอยสีขาว ต้นไม้ขอเป็น ดอกบัว เฟิร์น และอัลมอนด์ สัตว์นำโชค ปู เต่า สฟิงค์ โลหะนำโชค เงิน

สาวราศีสิงห์ (21 ก.ค. – 20 ส.ค.)


สาวราศีสิงห์ เป็นสาวมั่นที่ดูสง่างาม เธอมีลักษณะเฉพาะตัวคือ ร่าเริงมีเสน่ห์ เจ้าชู้ไม่แพ้ใคร หวานโรแมนติก ทรนง มีพรสวรรค์และพลังสร้างสรรค์ เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ มักมีอำนาจอยู่ในมือ ตามใจตัวเอง ออกแนวหยิ่ง เชื่อคนง่ายจัง เจ้าทิฐิ บ่อยครั้งมีอาการวิตกจริต เข้มแข็งสไตล์นางสิงห์ แต่บางทีก็เป็นสิงห์อ่อนหัด ชอบนักการติดตาม มีความรับผิดชอบสูง ขี้โมโห



สาวราศีสิงห์ เหมาะกับ สีส้ม อัญมณีเป็นทองกับพลอยสีส้ม ส่วนต้นไม้ ต้องยกให้กับต้นทานตะวัน สัตว์คู่ใจเป็นสิงโต โลหะนำโชค ทองคำ


สาวราศีกันย์(21 ส.ค. – 20 ก.ย.)



เธอจะเรียบร้อย สงบเสงี่ยม เยือกเย็นถ่อมตัว มีบุคลิกที่เนี๊ยบมาก และฉลาดเอาเรื่อง......สาวราศีกันย์ จะช่างเลือกต้องเลิศเลอเพอร์เฟค ออกแนวฉันต้องถูกเสมอ ชอบเอาจริงเอาจัง ซื่อสัตย์ถ่อมตัว เรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว บางครั้งก็เป็นแม่พระ บางครั้งก็ ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ชอบกล เป็นนักสะสมตัวยง เป็นสาวนักสู้ที่ จิตใจแสนดี รับผิดชอบเยี่ยม บุคลิกดีแม้จะขี้อาย เป็นสาวที่มีลักษณะอบอุ่น อยากรู้อยากเห็นในบางครั้ง



 สาวราศีกันย์..... สีที่เสริมบุคลิก สีเขียวเข้ม อัญมณีสุดเดิร์น พลอยสีเขียวและมรกต..... ต้นไม้คู่ชีพ ประเภทสมุนไพรดอกนาร์ซิสซัส สัตว์พาโชค ต้องมิงค์หรือว่าเม่น โลหะเป็นประเภท ปรอทจะนำโชคค่ะ


สาวราศีตุลย์(21 ก.ย. – 20 ต.ค.)



เธอปรากฏตัวพร้อมกับฉายา "คนตรง"  แม่สาวคันชั่ง เธอเป็นสาวที่รักความยุติธรรมและอารมณ์ดีเต็มไปด้วยความรักอันมากมาย มีความสดใส ร่าเริง ......... เธอมีอารมณ์ศิลปิน เจ้าชู้ไม่ใช่เล่น ออกแนวตามใจตัวเองไปบ้าง เป็นสาวทันสมัย ว่านอนสอนง่าย ชอบสังสรรค์ บางครั้งอ่อนไหว มีเสน่ห์ ลึกลับน่าค้นหา ย้ำคิด ย้ำทำ มนุษยสัมพันธ์ก็เป็นเลิศ ชอบเถียง มีเหตุมีผล แต่บางครั้งก็ขัดแย้งในตัว หลงตัวบางโอกาสมีชั้นเชิง บางอารมณ์ก็เศร้า ชอบยั่วโมโหคนอื่น


 สาวราศีตุลย์...... เสริมบุคลิกด้วย  สีน้ำเงิน กับอัญมณีไพลินและพลอยสีฟ้า ต้นไม้คู่บารมี ว่านหางจรเข้ ต้นเมอร์เทิล กุหลาบ สัตว์เสริมดวงต้อง สัตว์ใหญ่อย่างช้าง โลหะนำโชค ทองแดง

สาวราศีพิจิก(21 ต.ค. – 20 พ.ย.)



แม่สาวแมงป่องเจ้าเสน่ห์ มีลักษณะพิเศษที่ซ่อนอะไรอยู่ภายในเหมือนดังมีมนต์สะกด........ เป็นสาวช่างเอื้ออาทร น่ารัก แต่บางครั้ง ใจรวนเรไม่หยุดนิ่ง อ่อนไหวง่าย บางทีก็ร้ายน่าดูขี้ระแวงเป็นที่หนึ่ง ตามมาด้วยขี้อิจฉา ขี้หวง แบบน่ารักๆ ใจร้อน เจ้าอารมณ์ . ความสามารถเยอะมาก มั่นใจตัวเองสูง ทำอะไรทำจริง ชอบเสี่ยง แพ้ไม่เป็น



 สาวราศพิจิก....สีเวิร์คสุด ๆ สีชมพูหวานแหวว อัญมณีสุดเดิร์น ทับทิม กับพลอยสีม่วงต้นไม้คู่ชีพ ต้นกระบอกเพชร ไอวี่ หรือต้นโอ๊ก สัตว์พาโชค ไม่ใช่แมงป่องแต่เป็นหมาป่าหรือกิ้งก่า ส่วนโลหะนำโชค เหล็ก

สาวราศีธนู(21 พ.ย. – 20 ธ.ค.)


"สาวธาตุไฟพลังสูง"ดวงตาที่เปล่งประกายแข็งแรงและแกร่งกล้า น่าทึง เธอจัดว่าเป็นคนที่มองโลกในแง่ที่ดีเลิศคนหนึ่ง......ลักษณะของเธอ สดใสเหมือนเด็ก ๆ ไว้ใจได้ กระตือรือร้น อยู่ไม่สุข ไม่ชอบผูกมัด ซุ่มซ่ามแต่ไม่เซ่อซ่า ตามใจตัวเองเป็นที่สุด มากับดวงแบบว่ามักจะดี เสน่ห์แรง รู้ไปซะหมด ชอบวางท่า ตัดสินใจเร็ว แต่ก็เปลี่ยนใจง่าย รักอิสระ เป็นสาวนำสมัย มีศีลธรรมประจำใจ มีลางสังหรณ์ เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา ใจดี



สาวราศีธนู..... เสริมบุคลิกด้วย สีเหลืองอัญมณี บุษราคัม พลอยสีเหลือง ต้นไม้ก็ต้อง ต้นโอ๊ค หรือต้นไทร สัตว์พาโชค สุนัข กับม้า โลหะก็ต้องเป็นดีบุกค่ะ


วันอาทิตย์

อินเทรนด์ด้วยหมวกใบสวยหน่อยมั๊ยคะ


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ แต่งเติมเสริมบุคลิก วันนี้แม่หมอจะชวนเพื่อนๆมาสวมหมวกกิ๊บเก๋ เท่ห์อินเทรนด์กันค่ะ ..... แหมเห็นสาวๆใส่หมวกสักหลาด ปีกเล็ก ทรงเนี๊ยบ  เดินไปเดินมาก็ให้รู้สึกมีชีวิตชีวาดีนะคะ  สีที่ฮิตก็ต้องแนวดำ เทา น้ำเงิน น้ำตาล  ประมาณนี้แหละค่ะ  หรือจะเป็นสีขาว ก็โดดเด่่นไม่เบานะคะ  อาจจะมีตกแต่งรอบหมวก ด้วยผ้าพิมพ์ลายแฟชั่นสีสดใส  ซึ่งหมวกยุคนี้ใส่ได้ทั้งกับเดรส ยีนส์ขาสั้น ยีนส์ขายาว เข้าได้ทั้งหมดเลยนะคะ


อันที่จริง หมวกนี่ก็มีประเภทซึ่งอิงฤดูกาลเป็นหลักนะคะ ..... อย่างช่วงที่อากาศเย็น หรือไปเที่ยวภูเขา ประเภทไหมพรมก็ดูจะเหมาะนะคะ ถ้ามีหูก็จะดูแอ๊บแบ๊วไปอีกแบบค่ะ .... ส่วนหน้าร้อน หมวกมีปีกก็จะช่วยบังแดดได้ดีคู่กับแว่นตากันแดด ใส่ไปชายทะเลงี้เหมาะเหม็งเลยละค่ะ ...... แต่ถ้าประมาณแนวสปอร์ตทุกฤดูกาลต้องหมวกแก๊ปเลยละค่ะ .... ส่วนหมวกผ้าทอใส่แล้วก็จะดูแนวๆดีนะคะ .... หมวกสานหรือหมวกปีก ใส่กับยีนส์ เสื้อเชิร์ตตาตาราง(หรือจะพื้นก็ได้) ห้อยผ้าพันคอซะหน่อยก็จะเป็นคาวบอยหรือคาวเกิร์ลได้เลยละค่ะ ..... ส่วนหมวกเบเร่ ที่ใส่เอียงซ้ายเอียงขวาไร้ปีกนี่ก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ




การใส่หมวกนี่มีtipsอยุ่เล็กน้อยเหมือนกันนะคะ ...... อย่างเช่น คนตัวเล็กไม่ควรใส่หมวกปีกกว้าง แต่ถ้ากว้างมากขนาดเลยไหล่ไปนี้ คงไม่เหมาะกับใครเลยทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่เลยละค่ะ ......  แล้วเวลาใส่หมวก ปีกหมวกควรอยู่เหนือคิ้วสักนิดค่ะก็จะดูสวยกว่าที่ปล่อยให้หมวกลงมาปิดหน้านะคะ ....... การใสหมวกให้สวยสีควรจะต้องแมทซ์กับเสื้อผ้าด้วยนะคะ .... และที่สำคัญถ้าคิดจะใส่เดินไปเดินมาไม่มีวาระและโอกาส หรือใส่เป็นแฟชั่นเฉยๆต้องมั่นใจด้วยนะคะ .... เพราะ แอคเซสซารี่จะดูดีหรือไม่อยู่ที่คนใส่มั่นใจนะคะ..... ว่าแล้วแม่หมอขอตัวไปเลือกหมวกสวยใส่อินเทนด์กับเค้าก่อนนะคะ บ๊ายบายค่ะ


วันเสาร์

เรื่องของความรักกับปีเกิด

แฮปปี้ แฮปปี้  แฮปปี้ วาเลนไทนส์เดย์ค่ะ เพื่อนๆขา ...... พูดถึงเรื่องความรักนี่ มักจะรู้กันว่าทำให้ผู้หญิงสวยได้นะคะ อันที่จริงก็เนื่องมาจากความสุขนั่นเองแหละค่ะ  คนเราพอมีความสุข ความรู้สึกก็จะฉายออกมาทางแววตาและรอยยิ้มนะคะ ....... แต่ความรักหลายครั้งก็ทำให้ทุกข์ได้เหมือนกัน ..... ไม่ได้การแล้วหละ พวกเราชมรมสวยใสๆ ต้องหาวิธีป้องกันพยายามไม่ให้เกิดความทุกข์จากความรักกันดีกว่าเนอะ ...... เพราะฉะนั้นก่อนอื่นเพื่อนๆมาดูสไตล์ความรักของราศีประจำปีเกิดของเรากันก่อนดีกว่านะคะ  แล้วก็ ดูตรงจุดอ่อนของเรา เมื่อเรารู้แล้วว่า จุดอ่อนเราอยู่ตรงไหน ก็พยายามป้องกันไม่ให้เกิด ..... แค่นี้เองค่ะ (พูดง่ายแต่ทำยาก) เราก็จะมีความรักสีชมพูตลอดไป วิ๊บวิ๊ว


ปีชวด


คุณชวดหรือคนปีหนูมักมีบุคลิกปราดเปรียวมีเสน่ห์บางครั้ง หงุดหงิดง่าย แต่สามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ คนปีหนูไม่ง่ายต่อความรัก คงเป็นเพราะอารมณ์ที่สับสน รักพี่เสียดายน้อง แต่ถ้าลองได้รักใครแล้วก็หมดตัวหมดใจ ถ้าใครทำให้เจ็บปวด คุณหนูจะดิ้นรน สลัดรักได้เร็วพลัน โดยไม่หันหลังกลับมาดูแม้แต่เล็กน้อย

ปีฉลู

คุณวัวมีอารมณ์คงที่ รักพวกพ้อง ความฉลาดเป็นคนจริงจัง ไม่ค่อยโรแมนซ์เท่าไหร่ มองเรื่องรักเป็นเรื่องจริงจังไปหมด อย่าคิดหลอกเค้าเชียว เขาจะรู้ทัน คนปีวัวสามารถพิสูจน์ความรักได้เป็นอย่างดี ถ้าผิดหวังวัวจะเจ็บปวดไม่รู้ลืม แต่ถ้าพบคู่ครองหรือความรักที่มั่นคงวัวจะเป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ทีเดียว

ปีขาล

เสือเป็นคนสปอร์ต ให้ใครจะให้อย่างเต็มที่ แต่อารมณ์ส่วนตัวทำให้เขาต้องยุ่งยากใจอยู่เนืองๆ เสือจึงต้องการความรักที่เข้าใจและเห็นใจอย่างแท้จริง คนปีขาลจะตื่นเต้นง่ายกับสิ่งใหม่ๆที่ผ่านมาในชีวิตจะรู้สึกท้าทายมากในเรื่องความรัก มีความต้องการเรียกร้องความสนใจจากคู่รักมากโขอยู่

ปีเถาะ

กระต่ายมีบุคลิกที่อบอุ่น ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้และสนิทสนมด้วย ในเรื่องรักๆ กระต่ายต้องการความรักที่อบอุ่นตรึงใจอย่างมาก และก็พร้อมที่จะให้คนรักของเขาด้วย ชาวกระต่ายมีความเห็นอกเห็นใจและพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของคู่รักเสมอ

ปีมะโรง

คนปีงูเป็นคนที่เปลี่ยนไปด้วยบุคลิกที่มีชีวิตชีวา มีพลังเร่าร้อน ความไม่พอทำให้งู มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีความใฝ่ฝันในชีวิตอันสูงส่ง คนปีงูตกหลุมรักได้ง่าย และมีเสน่ห์ทำให้คนหลงใหลอีกด้วย แต่ความเอาแต่ใจตนเอง มักทำให้ความรักมีปัญหา แต่คุณงูเขาไม่ค่อยสนใจเสียงติฉินนินทาเท่าไหร่หรอก

ปีมะเส็ง

คนปีงูเล็กมีบุคลิกยั่วยวนใจอยู่ไม่เบา ซ้ำค่อนข้างลึกลับเดาใจไม่ถูกเลยดูมีเสน่ห์ เมื่อรักใครจะเรียกร้องเอาคืน จากคู่รักมากเช่นกัน มีแรงปรารถนาและคำพูดที่ชาญฉลาด แต่อย่าเผลอ สร้างแรงกดดันให้เชียวนะ เพราะงูตัวนี้ จะหนีไปอย่างเงียบเชียบในทันที

ปีมะเมีย

คนปีม้ามีบุคลิกรวดเร็ว ไม่ชอบความเชื่องช้า ความซ้ำซาก รักความอิสระ ถ้าใครได้เป็นคู่ต้องเข้าใจตัวเขาอย่างดี ห้ามไปผูกมัด หรือจู้จี้จุกจิกไม่ง่ายที่ใครจะอยู่ร่วมกับคนปีม้าได้ เพราะเขาไม่ค่อยอดทนนั่นเอง มักด่วนใช้อารมณ์เช้าตัดสินใจ แต่ก็ไม่ใช่บุคคลอันตรายซะทีเดียว

ปีมะแม

คนปีแพะชอบความเรียบง่ายบุคลิกดูเรียบร้อยแต่ซ่อนความมุ่งมั่น อยู่ภายในบางครั้งดูเหมือนปิดกั้นตัวเอง ชาวแพะเป็นคนโรแมนติกไม่ชอบรักหวือหวา ชอบความรักที่ให้ความคุ้มครองมั่นคง แต่แพะก็เป็นคนหงุดหงิดง่าย จึงต้องเข้าใจและคอยรับอารมณ์ของเขาให้ดี

ปีวอก

คนปีลิงฉลาดที่จะเอาตัวรอดได้ทุกเรื่องกระทบจิตใจให้เชียว เพราะจะทำให้ลิงรู้สึกแย่และเจ็บปวดเอามากๆ ความรักกับคนปีวอกเป็นเรื่องทุกข์ทรมานใจ เพราะความรักสำหรับเขาแล้วเป็นเกมส์ เกมส์หนึ่งที่ต้องใช้สมองในการแก้ไขปัญหาและจัดการกับชีวิตตนเองเท่านั้น

ปีระกา

คนปีไก่ต้องการความรู้สึกและคุณค่าทางจิตใจมากกว่าเขาจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ตัวเองถูกต้องเสมอ อีกทั้งมีความสุขมาก ถ้าได้ชนะใจใครสักคน เขาเป็นคนจงรักภักดี ต่อคู่ครองทีเดียวและต้องการความรักที่มั่นคงแต่ในเวลาเดียวกันก็ยังต้องการความรักที่มีอิสรภาพอยู่มาก

ปีจอ

ความซื่อสัตย์ ภักดี จะหาได้จากคนปีนี้ ความผูกพันอย่างจริงใจ ความตรงไปตรงมา ก็เป็นบุคลิกตามธรรมชาติของคุณจอไม่แปลกเลยที่เขาต้องการความรัก ความสัมพันธ์อันยืนยาวมากกว่าความหวือหวา อย่าคิดนอกใจเขาเชียว ถ้าเขาจับได้อาจจะกลับมาโต้ตอบและแก้แค้นอย่างบ้าเลือด

ปีกุน

คนปีหมูใจใหญ่ มีเสน่ห์ ชอบให้โดยไม่หวังผลตอบแทน หมูกับความรักเต็มไปด้วยความเร้าใจ มีแต่ให้กับให้ เพราะฉะนั้นหัวใจไร้เดียงสาของคนปีหมูจึงแตกสลายได้ง่ายๆ เพราะชอบตกหลุมรัก แต่ไม่มีใครที่จะมีบุคลิกทุ่มเทและมีอารมณ์สนุกสนานได้เท่าคุณหมูอีกแล้ว เชื่อสิ
 

เท้า อวัยวะที่เสริมบุคลิกได้นะคะ

แต่งเติมเสริมบุคลิก วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องอวัยวะที่อยู่ล่างสุดของเราที่ต้องรับน้ำหนักตัวที่แสนหนักในแต่ละวัน แล้วก็เป็นอวัยวะที่มีโอกาสมอมแมมได้ง่าย แต่ก็เป็นส่วนสำคัญในการเสริมบุคคลิกนะคะ นั่นก็คือเท้าค่ะ ...... แม่หมอมีเรื่องเล่าให้เพื่อนๆฟัง โชคดีนะคะที่เราเกิดเป็นคนไทย ซึ่งคนส่วนใหญ่มองหน้าแล้วก็รูปร่างก่อน นี่ถ้าเกิดเป็นแขกอินตระเดียแล้วละก็ ไม่ใส่ใจเท้าไม่ได้เลยนะคะ ..... เค้าดูเท้ากันเป็นหลักเลยละค่ะ ถึงได้มีแฟชั่นใส่แหวนนิ้วเท้ากันที่แดนภารตะงัยคะ เพราะฉะนั้น เท้าเป็นอวัยวะที่ต้องใส่ใจค่ะ...... แม่หมอมีการดูแลเท้าของเราให้ผ่อนคลายหายเมื่อยและดูสวยด้วยดังนี้ค่ะ  

แช่น้ำอุ่นให้กับเท้า

หลังสวมรองเท้าส้นสูงมาทั้งวัน อาจต้องผ่อนคลายเท้าด้วยน้ำอุ่น เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเครียด หยดน้ำมะกอกลงไปเล็กน้อยแล้วค่อยๆบีบนวดเท้า เท้านุ่มขึ้นและผ่อยคลาย แช่เสร็จขึ้นมาเช็ดให้แห้งแล้วทาโลชั่นกลิ่นหอมๆ แค่นี้เท้าเราก็จะดูน่ามองขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

ผ่อนคลายน่องที่ตึงมาทั้งวัน

ถ้ารู้สึกตึงบริเวณน่อง ให้เอามือทั้งสองข้างยันเข้าหากำแพง ย่อเข่าค้างหนึ่งชิดกำแพง ส่วนอีกค้างยึดไว้ให้ตึง(เอาแค่ทนได้)ทำสลับข้าง ข้างละ 10 ครั้ง วิธีนี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อทำให้ไม่ปวดน่อง หรือเสริมด้วยการนวดเจลผ่อนคลาย ก็จะทำให้น่องเรารู้สึกสบายขึ้นได้นะคะ

นวดเท้าด้วยเครื่อง

สมัยนี้นอกจากเก้าอี้นวดที่เราเห็นกันอยู่ตามห้างสรรพสินค้าแล้ว เค้ายังมีเครื่องนวดเท้าด้วยนะคะ เป็นลูกกลิ้ง ๆกลับไปกลับมา ก็จะเป็นการบริหารเท้าให้หายปวดเมื่อยได้ค่ะ ..... หรือถ้าเราจะบริหารฝ่าเท้าแบบง่ายๆก็ใช้ลุกกอล์ฟนี่แหละค่ะ แล้วกลิ้งฝ่าเท้าไปมา ก็จะทำให้คลายเมื่อย และทำให้สุขภาพเท้าดีขึ้นค่ะ

หนังเท้าหนา ส้นเท้าด้าน แก้ได้ไม้ต้องตัดหนัง

ถ้าเพื่อนๆเดินด้วยรองเท้าที่รัดหรือกด เสียดสีกับผิวเท้ามากจนหนังเท้าหนา ไม่ต้องตัดหนังหรือขูดหนังออก ให้คุณแช่เท้าที่สะอาดในน้ำอุ่น นำเปลือกมะนาวซึ่งมีความเป็นกรดมาถูบริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้าที่ด้านขัดไปเรื่อยๆความเป็นกรดของมะนาว จะช่วยกัดหนังให้อ่อนนุ่มลง แล้วเช็ดเท้าให้แห้ง พอกปิโตเลี่ยมเจล ผสมอโวคาโดบดให้ละเอียดพอกไว้บริเวณหนังที่ด้านของเท้าแล้วนวดไปเรื่อยๆ หรือทาครีมส้นเทาแตกก็ได้เพื่อผลที่ดี พอกเท้าไว้ก่อนนอนแล้วสวมถุงเท้าเพื่อช่วยกันครีมไม่ให้ไหลเลอะและซึมเข้าเท้าได้ดีขึ้น

ทำสปาเท้าเพื่อสุขภาพที่ดี

ทำความสะอาดเท้า แช่น้ำอุ่น นำสตอเบอรี่ น้ำผิ้ง โยเกิร์ต และน้ำมะนาวมาปั่นให้มีเนื้อหยาบด้วยเครื่องแล้วนำมานวด นำสตอเบอรี่มาขัดให้ทั่วเท้ารวมทั้งง่ามนิ้วเท้าด้วย นวดพอประมาณแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดเท้าให้แห้ง จะได้เท้าที่เนียนนุ่มขึ้น .... หรือจะไปตามร้านเสริมเสวย โดยเฉพาะร้านทำเล็บ เค้าจะมีทำพาราฟิน ทั้งมือและเท้าให้เลือก ก็จะช่วยให้เท้าเนียนนุ่มผ่องขึ้นทันตาได้เลยละค่ะ ..... หรือถ้าใครรักเท้าเป้นพิเศษก็ไปหาเครื่องทำสปาเท้าที่บ้านมาทำก็สนุกดีนะคะ ปรับอุณภูมิน้ำได้ และตีน้ำแบบจากุชชี่เลยละค่ะ

ใช้โยเกิร์ตช่วยขจัดกลิ่นเท้า

คนที่มีปัญหาเท้าเหม็น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความสกปรกที่สะสมในรองเท้า รองเท้าที่ไม่พอดีรัดมากและไม่ระบายอากาศ ทำให้เกิดเหงื่อและกลิ่นอับ เทคนิคป้องกันกลิ่นเหม็นคือ อย่าให้ง่ามนิ้วเท้าแฉะเพราะจะเกิดการหมักหมมและอาจเกิดเชื้อราได้ ดังนั้นไม่ควรทาครีมบริเวณง่ามนิ้วเท้า และควรสวมรองเท้าที่ระบายอากาศ....... หรือหายาผงโรย ซึ่งถามหาได้ตมร้านยาที่มีเภสัชกรอะค่ะ ....... นอกจากนี้ เรายังสามารถพอกโยเกิร์ตเพื่อช่วยลดกลิ่นได้อีกด้วย ควรพอกโยเกิร์ตหลังทำความสะอาดเท้า และแช่น้ำอุ่นเรียบร้อยแล้ว จึงทาโยเกิร์ให้ทั่วเท้า ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก เช็ดเท้าให้แห้งค่ะ

ใส่รองเท้าสุขภาพ

รองเท้าปัจจุบันไม่ได้เป็นสิ่งไว้ห่อหุ้มเท้า ดูแลสุขภาพเท้าเท่านั้น แต่ต้องเป็นเครื่องประดับเสริมบุคลิกภาพได้ด้วย จึงต้องดูสวยงาม รองเท้าสุขภาพเช่นเดียวกัน ไม่เพียงดีต่อสุขภาพเท่านั้น แทบทุกแบรนด์ก็ล้วนออกแบบให้ทันสมัย เพื่อนๆเลือกกันได้เลย เพื่อสุขภาพที่ดีของเท้าค่ะ

ทาเล็บสีสวยให้เท้าดูน่ามอง

เมื่อทำความสะอาดเท้าแล้วอย่าลืมเล็บนะคะ เราควรจะมีแปรงเล็กๆ ไว้แปรงตามซอกเล็บ และตัดให้เข้ารูป ตะไบซะหน่อยให้สวยงาม  ถ้าจะให้สวยเตะตาก็ต้องทาเล็บ จะสีนู๊ด สีหวาน สีสด อันนี้แล้วแต่ใจชอบนะคะ หรือจะเพนท์เป็นลวดลายก็กิ๊บเก๋ไม่เบาค่ะ ..... แล้วเมื่อเรามีเท้าสวยๆ จะใส่แหวนเท้า หรือสร้อยข้อเท้าก้ไม่ผิดกติกานะคะ


เห็นมั๊ยคะเพื่อนๆ  ว่าเราสามารถทำให้เท้าเราน่ามองได้ไม่ยากเลยละค่ะ  เท้าสวยนี่บ่งบอกถึงความใสใจและการดูแลที่ดีของเจ้าของนะคะ อย่าให้ใครเค้าว่าเอาได้ว่า หน้าสวยแต่เท้ามอม เสียเซลฟอย่างแรงละค่ะ คริคริ .... จากแม่หมอ (คนเดิม)

วันพุธ

ความสุขทำให้ผู้หญิงสวยได้นะคะ


                 แต่งเติมเสริมบุคลิก ในสวยใสๆสไตล์แม่หมอวันนี้ จะชวนเพื่อนๆมาเพิ่มความสวยด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่าย นั่นก็คือสวยจากความรู้สึกมีความสุขนั่นเองค่ะ..........   เป็นเรื่องจริงมิได้อิงนิยายเลยนะคะว่าความสุขทำให้ผู้หญิงเราสวยขึ้นได้  สังเกตุง่ายๆจากดวงตาที่เป็นประกาย ผิวพรรณที่ผ่องใสไร้อารมณ์เครียด รอยยิ้มที่กระจายอยู่บนใบหน้า ล้วนทำให้ใครๆที่มองมาอดที่จะยิ้มตามเราไปด้วยไม่ได้ จริงๆนะคะ  ..... แหม ไม่ใช่เฉพาะแต่สาวๆที่อินเลิฟแล้วจะสวยขึ้นได้เท่านั้นนี่นา  สาวทุกคนก็มีสิทธิ์สวยขึ้นได้เมื่อเราทำใจให้มีความสุข พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่  ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่อิจฉาริษยาง่ายๆแค่นี้เอง ใบหน้าที่เคยเครียด คิ้วที่ผูกโบว์อยู่ก็จะผ่อนคลายลง  ความสวยก็จะกลับมาหาเราอีกครั้งแน่นอนค่ะ ....... แล้ววันนี้แม่หมอก็มี 30 ความสุขแบบง่ายๆ มาฝากเพื่อนๆด้วยละคะ ไปดูกันเลยมัยคะว่ามีอะไรบ้างที่จะช่วยเราเพิ่มความสุขได้ .........




1. นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง


2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเค้าต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้งแน่

3. ลองปลูกต้นไม้เองสักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

4. หลับตานิ่งๆ สักสามนาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเหลือเกิน


5. ระหว่างแปรงฟันฮัมเพลงด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นสองเท่า แฮะๆ

6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาติธรรมดาก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย

7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหน ก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด

8. การขึ้นลงบันไดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร


9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆ ทันทีที่คุณถามเค้าว่า "ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ?"

10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทาน ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก


11. ควรหัดพูดคำว่า "ไม่เป็นไร" ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า "จะเอายังไง"

12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนเมื่อก่อน

13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้จึงเล่าให้มันฟัง

14. อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกทีเผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด


15. เขียนชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้ง ความเกลียดจะเบาบางลงไปเรื่อยๆ

16. ให้ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้งจะดูแทบไม่ออกว่าเพิ่งร้องไห้


17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง

18. ก่อนจะชื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันทำให้ได้อย่างน้อยสามข้อก่อน


19. ถึงเสื้อกางเกง ในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆ ก้อจะดูเหมือนมีเยอะขึ้น

20. ซาลาเปา 1 ลูกกินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง

21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด

22. ในวันที่รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ เดินไปชื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกก็จะดีขึ้น

23. แอบรักใครสักคน ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร

24. ถึงจะไม่ออกไปไหน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นิ

25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน

26. ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมคุณจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม มันอาจจะไม่สนุกแต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่

28. วันที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย

29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมให้คุณเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท

เพื่อน ๆ แม่หมอสาว